สรุปประเด็นสำคัญ
- ✓Pride Show 2026 งานเอ็กซ์โปธุรกิจ LGBTIQ+ ระดับเอเชียครั้งแรก จัดวันที่ 26–27 มิถุนายน 2569 ณ BEAT Active ไบเทค บางนา
- ✓พลิกโฉม Pride สู่ “แพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจ” เชื่อมโยงองค์กรข้ามชาติ (MNCs) บริษัทจดทะเบียน (PLCs) ภาครัฐ และผู้ประกอบการ LGBTIQ+ (SMEs) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีชมพูมูลค่ากว่า 1.03 หมื่นล้านบาท
- ✓ประเทศไทยเป็นชาติแรกในเอเชียที่ร่วมแคมเปญระดับโลก “Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality” โดยมีตลาดหลักทรัพย์ 14 แห่งทั่วโลกเข้าร่วม
- ✓ไฮไลต์ ได้แก่ B2B ESG Forum, Drag Arena International (ศิลปิน 11 คนจาก 6 ประเทศ), รอบชิงชนะเลิศ Thailand’s Drag Stars และ Pink Market
กรุงเทพมหานคร, 16 มิถุนายน 2569 — Pride Show 2026 งานเอ็กซ์โปธุรกิจ LGBTIQ+ ระดับเอเชียครั้งแรก จัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 26–27 มิถุนายน 2569 ณ BEAT Active ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) ธนาคารดอยซ์แบงก์ และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ปักหมุดวาระสำคัญระดับภูมิภาคที่รวบรวมภาคธุรกิจและวัฒนธรรมของกลุ่ม LGBTIQ+ ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในเดือน Pride Month
ตลอดสองวัน งานมุ่งเน้นเวทีสัมมนาเชิงลึกด้านการบริหารจัดการองค์กร (B2B ESG Forums) การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแปรความหลากหลายให้เป็นขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและของประเทศ ควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจใหม่อย่าง Pink Economy ผ่านพื้นที่จัดแสดงระดับนานาชาติทั้งด้านการค้า สังคม และวัฒนธรรม อาทิ Drag Arena International ร่วมกับช่อง Yellow Channel
Pride Show 2026 ก้าวข้ามกรอบการจัดงานอีเวนต์ทั่วไปสู่ “แพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงองค์กรข้ามชาติ (MNCs) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (PLCs) ภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการ LGBTIQ+ (SMEs) อย่างเป็นระบบ พร้อมไฮไลต์พิธีลั่นระฆังเชิงสัญลักษณ์ “Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality” เพื่อเปิดวาระทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR), โครงการตลาดหลักทรัพย์ที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SSE), ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC), Koppa — The LGBTI+ Economic Power Lab และ Open for Business โดยมีเจ้าภาพร่วม ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), TransTalents Consulting Group, ธนาคารดอยซ์แบงก์ และ UNDP Thailand ปัจจุบันมีตลาดหลักทรัพย์ 14 แห่งทั่วโลกร่วมแคมเปญนี้ โดยประเทศไทยเป็นชาติแรกในเอเชีย
“Pride Show 2026 ไม่ใช่เพียงงานเอ็กซ์โปที่สนับสนุนพลังความหลากหลายของชุมชน LGBTIQ+ เท่านั้น แต่คือวาระทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมของประเทศไทย เราต้องการเปลี่ยนกระแสสังคมให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ พร้อมปลดล็อกพลังเศรษฐกิจสีชมพูที่มีมูลค่ากว่า 1.03 หมื่นล้านบาท ด้วยการเชื่อมโยงองค์กรชั้นนำเข้ากับผู้ประกอบการ LGBTIQ+ อย่างเป็นระบบบนแพลตฟอร์มของ Pride Show และสร้างมาตรฐานด้านความหลากหลายให้ภาคธุรกิจไทยบนเวทีโลก เพื่อปักหมุดศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งความหลากหลายของเอเชีย”
พิธีลั่นระฆังเพื่อความเท่าเทียม (Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality)
ครั้งแรกในเอเชีย กับพิธีลั่นระฆังเชิงสัญลักษณ์เพื่อเปิดวาระทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยได้รับเกียรติจากตัวแทน OHCHR, SSE, UNGC, Koppa, Open for Business, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, TransTalents Consulting Group, ธนาคารดอยซ์แบงก์, UNDP Thailand และ Pride Show 2026 รวมถึงผู้บริหารองค์กรพันธมิตรชั้นนำ ร่วมส่งสัญญาณ “เปิดวาระทางเศรษฐกิจแห่งความหลากหลายเพื่อความเท่าเทียม” (LGBTIQ+ Business Commencement) สะท้อนความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจไทยสู่สายตานักลงทุนระดับโลก
สัมมนาที่ครอบคลุมประเด็นเชิงธุรกิจและนโยบาย
- B2B ESG Forum & สัมมนาเชิงลึก — เวทีปาฐกถาและเสวนาจากผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม (The Inclusion Avengers) เจาะลึกทิศทาง Pink Economy และการนำนโยบาย ESG มายกระดับโครงสร้างองค์กร
- Queer Safe Destinations — เวทีเสวนาผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และศูนย์กลางการแพทย์และการดูแลสุขภาพ (Medical Wellness)
- NGO-Led DEI Workshops — เวิร์กชอปเชิงลึกร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม ออกแบบสำหรับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้าน HR เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลายอย่างยั่งยืน
- The T*Factor – RerdTalk — เวทีส่งต่อแรงบันดาลใจและประสบการณ์ตรงจากผู้นำทางความคิดในหลากหลายอุตสาหกรรม
พื้นที่จัดแสดงและการเจรจาธุรกิจระดับสากล
ภายในงานออกแบบภายใต้บรรยากาศที่เป็นทางการ มีระดับ และเอื้อต่อการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ แบ่งเป็นโซนสำคัญ ได้แก่:
- Sponsor Hubs — พื้นที่จัดแสดงศักยภาพนวัตกรรมและพันธมิตรทางธุรกิจ
- VIP Networking & Business Matching — พื้นที่เฉพาะสำหรับการเจรจาต่อยอดธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) เข้าสู่เครือข่ายการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรขนาดใหญ่
- Interactive Brand Experiences — โซนนิทรรศการและแคมเปญสร้างสรรค์จากแบรนด์ชั้นนำที่นำเสนอจุดยืนสนับสนุนความหลากหลายอย่างเป็นรูปธรรม
Drag Arena International และ Thailand’s Drag Stars
Drag Arena International (27 มิถุนายน 2569) การแสดงบนเวทีหลักโดย Yellow Channel ผู้นำด้านการผลิตการแสดงศิลปะ Drag ของไทยตั้งแต่ปี 2560 นำศิลปิน 11 คนจาก 6 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน มาเลเซีย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ชิงเงินรางวัลรวม 160,000 บาท ส่วน Thailand’s Drag Stars การประกวดแดร็กระดับชาติครั้งแรกของไทย กลับมาอีกครั้งในปี 2026 พร้อมผู้เข้าแข่งขัน 13 คน รอบ Finale วันที่ 27 มิถุนายน ผู้ชนะรับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมก้าวสู่การเป็นตัวแทนศิลปะแดร็กไทยยุคใหม่
บทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศ
Pride Show 2026 ทำหน้าที่เป็น “ตัวกระตุ้นทางเศรษฐกิจ” (Economic Catalyst) ที่แปรเปลี่ยนความเคลื่อนไหวทางสังคมให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่ยั่งยืน พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมาตรฐานให้องค์กรแสดงจุดยืนสนับสนุนความหลากหลายอย่างถูกต้องตามหลักสากล เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจทุกระดับเข้าถึงคู่ค้าระดับนานาชาติได้อย่างเท่าเทียม
พันธมิตรผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), ธนาคารดอยซ์แบงก์, TransTalents Consulting Group, IHG Hotels & Resorts (Crowne Plaza Lumpini Park, Staybridge Suites Thonglor, Staybridge Suites Sukhumvit), Blue Hippo Hotel, Koon Hotel, Bolt, RSAT, APCOM, Trans Pride Thailand, Jack’d, Sierra Tequila และ Yellow Channel
ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้
สำรองบัตรเข้าร่วมงาน Pride Show 2026 ผ่าน TicketMelon: ticketmelon.com/MesseAsia/prideshow2026
งานเอ็กซ์โปธุรกิจและวัฒนธรรม LGBTIQ+ ระดับเอเชียครั้งแรก — 26–27 มิถุนายน 2569 ณ BEAT Active ไบเทค บางนา
ดูรายละเอียดงาน Pride Show 2026เกี่ยวกับ บริษัท เมสเซ่ เอเชีย จำกัด
ตลาดอุตสาหกรรมการจัดงาน (Events Market) ในเอเชียแปซิฟิกยังกระจัดกระจายและขาดความเป็นเอกภาพ Messe Asia ก่อตั้งขึ้นเพื่ออุดช่องโหว่นี้ ด้วยการสร้างสรรค์งานระดับคุณภาพที่ ‘ตัวจริง’ ในแต่ละวงการต้องมารวมตัวกัน โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นฐานการดำเนินงานหลัก เลือกใช้สถานที่จัดงานชั้นนำ 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) พอร์ตโฟลิโอการจัดงานเติบโตอย่างมั่นคงไปทีละงาน และจะเกิดขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมนั้นมีความพร้อมอย่างแท้จริงเท่านั้น



