สรุปประเด็นสำคัญ
- ✓ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลายเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชียที่เข้าร่วมแคมเปญ Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality ถือเป็นการเปิดประตูให้เอเชียก้าวเข้าสู่ขบวนการระดับโลกนี้อย่างเป็นทางการ
- ✓การกีดกันกลุ่ม LGBTIQ+ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 5.18–12.18 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะที่ประเทศที่มีกฎหมายครอบคลุมดึงดูด FDI ได้มากกว่าถึง 4.5 เท่า
- ✓รายงาน Thailand Workplace Equity Report 2026 พบว่า ร้อยละ 52 ขององค์กรยังไม่มีระบบวัดผล DEI แต่ร้อยละ 81 มองว่า DEI มีความสำคัญต่อการดึงดูดบุคลากร
- ✓การเข้าร่วมของ SET ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2573 ครอบคลุมธรรมาภิบาลเชิงครอบคลุม การเปิดเผยข้อมูล SOGIESC และการวิจัยด้านนโยบาย
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้สร้างประวัติศาสตร์ในงาน Pride Show 2026 ณ BEAT Active ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา กรุงเทพฯ ด้วยการลั่นระฆังแห่งความเท่าเทียมในงานเอ็กซ์โปธุรกิจและวัฒนธรรม LGBTIQ+ ระดับเอเชียครั้งแรก SET จึงก้าวขึ้นเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชียที่เข้าร่วมแคมเปญระดับโลก "Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง UN Human Rights (OHCHR), UN Sustainable Stock Exchanges Initiative (SSE), UN Global Compact (UNGC), Koppa — The LGBTI+ Economic Power Lab และ Open for Business นับเป็นพิธีลั่นระฆังแห่งความเสมอภาคครั้งแรกในเอเชีย และส่งสัญญาณที่ดังก้องไกลเกินกว่าแค่พื้นซื้อขายหลักทรัพย์

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ SET, TransTalents Consulting Group, UNDP Thailand, สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) และ Deutsche Bank ในปี 2569 นี้ ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกรวม 16 แห่ง เข้าร่วมแคมเปญ "Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality" เป็นปีที่สอง เนื่องในวัน IDAHOBIT (วันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศ) และเป็นครั้งแรกที่มีตลาดหลักทรัพย์จากเอเชียร่วมอยู่ในกลุ่มนั้น โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB)
ทำไมช่วงเวลานี้จึงสำคัญ: หมุดหมายครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์
การประกาศจุดยืนของ SET ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาพร้อมกับช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่มุ่งสู่ความครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ซึ่งเกิดจากพลังสามทิศที่บรรจบกัน ประเทศไทยกลายเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองกฎหมายสมรสเท่าเทียมตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 และการเสนอตัวเพื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 โดยชุมชนไพรด์ในประเทศซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก TCEB ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้เกิดความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างตลาดทุนและวาระการพัฒนาที่ครอบคลุมของประเทศ การเข้าร่วมของ SET จึงถือเป็นการตอกหมุดเสาหลักด้านการเงินให้กับแผนยุทธศาสตร์ระดับชาตินี้อย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลเชิงเศรษฐกิจยืนยันความสำคัญของประเด็นนี้อย่างชัดเจน จากรายงานของ Open for Business พบว่าประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองความหลากหลายดึงดูด FDI ได้มากกว่าประเทศที่ไม่มีถึง 4.5 เท่า แต่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม กลับสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 1.47 ของ GDP ต่อปี จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการกีดกันกลุ่ม LGBTIQ+
4.5 เท่า
FDI ที่ประเทศซึ่งมีกฎหมายครอบคลุมดึงดูดได้มากกว่าประเทศที่ไม่มี
ที่มา: รายงาน Open for Business
฿51.8–121.8B
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยสูญเสียต่อปีเนื่องจากการกีดกัน LGBTIQ+
ที่มา: รายงาน Open for Business
1.47%
ของ GDP ที่สูญเสียต่อปีในไทยและ 5 ประเทศเพื่อนบ้าน
อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม — ที่มา: Open for Business
ภาพรวมภาคธุรกิจไทยยืนยันความเร่งด่วนของประเด็นนี้เช่นกัน รายงาน Thailand Workplace Equity Report 2026 จัดทำโดย TransTalents Consulting Group ซึ่งเป็นแบบสำรวจเชิงโครงสร้างฉบับแรกของไทยด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม (DEI) ครอบคลุมองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สะท้อนภาพที่ชัดเจนของจุดที่องค์กรไทยยืนอยู่และทิศทางที่ต้องไป
52%
ขององค์กรที่ตอบแบบสำรวจยังไม่มีระบบวัดผล DEI
Thailand Workplace Equity Report 2026, TransTalents Consulting Group
81%
มองว่า DEI มีความสำคัญต่อการดึงดูดและรักษาบุคลากร
Thailand Workplace Equity Report 2026, TransTalents Consulting Group
58%
คาดว่า DEI จะถูกผนวกเข้ากับการรายงาน ESG ภายในสองปีข้างหน้า
Thailand Workplace Equity Report 2026, TransTalents Consulting Group
การแสดงบทบาทผู้นำของ SET ในครั้งนี้ส่งสัญญาณตรงถึงบริษัทจดทะเบียนว่า ความครอบคลุมต้องสามารถวัดผลได้ รายงานได้ และมีนัยสำคัญต่อธุรกิจอย่างแท้จริง
เสียงจากเวที: คำกล่าวของผู้นำองค์กรพันธมิตร

“หนึ่งปีหลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ประเทศไทยมีโอกาสต่อยอดแรงขับเคลื่อนนี้เพื่อเสริมสร้างการคุ้มครองและทำให้สิทธิของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศหรือ LGBTIQ+ เป็นจริงได้ การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลั่นระฆัง คือการส่งสารที่ชัดเจนว่าภาคธุรกิจมีความรับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชน ขจัดการเลือกปฏิบัติ และสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นส่วนหนึ่งอย่างเต็มที่และเท่าเทียมในทุกมิติของชีวิตทางเศรษฐกิจและสังคม”
“ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความภาคภูมิใจที่เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชียที่เข้าร่วมโครงการ Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality เราเชื่อมั่นว่าเบื้องหลังทุกบริษัท ทุกนวัตกรรม ทุกการตัดสินใจลงทุน และทุกธุรกิจที่ยั่งยืนคือ 'คน' โดยคนจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อได้รับความเคารพ การยอมรับ และสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับตลาดทุนที่จะมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงเมื่อทุกคนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าได้อย่างเท่าเทียม ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพียงคุณค่าทางสังคม หากแต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการดึงดูดบุคลากร ส่งเสริมนวัตกรรม เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

“เศรษฐกิจเพศหลากหลาย LGBTIQ+ ระดับโลกมีมูลค่าราว 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน แต่ตัวเลขนี้มักถูกมองผ่านมุมของผู้บริโภคเท่านั้น ทั้งที่แรงงาน LGBTIQ+ มีอยู่ในทุกขั้นของระบบเศรษฐกิจไทยมาตลอด ทั้งในระบบและนอกระบบ ตั้งแต่ภาคแรงงานนอกระบบจนถึงห้องประชุมบอร์ดบริหาร คำถามในวันนี้จึงไม่ใช่ว่าจะให้ความครอบคลุมหรือไม่ แต่คือจะบูรณาการศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้นี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างไร การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและความมุ่งหมายสู่การเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 สามารถยกระดับให้ประเทศไทยอยู่แนวหน้าของการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีรุ้งแห่งเอเชีย ไม่ว่าจะในมุมตลาด การลงทุน นโยบาย และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การที่ SET ลั่นระฆังในวันนี้ คือสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยพร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว”
ก้าวต่อไปนับจากนี้: มาตรฐาน เครื่องมือ และแผนการดำเนินงานถึงปี 2573
พิธีในวันนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดเชิงสัญลักษณ์ แต่คือจุดเริ่มต้นของการลงมือทำ มาตรฐานพฤติกรรมทางธุรกิจแห่งสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTIQ+ (UN Standards of Conduct for Business on Tackling Discrimination against LGBTIQ+ People) เรียกร้องให้ภาคธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน ขจัดการเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน และแสดงบทบาทสนับสนุนชุมชน LGBTIQ+ อย่างเปิดเผย บริษัทจดทะเบียนใน SET ทุกแห่งได้รับเชิญให้ประเมินความก้าวหน้าของตนเองผ่าน UN LGBTIQ+ Standards Gap Analysis Tool ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ใช้งานได้ฟรีและรักษาความลับ ช่วยให้องค์กรมีแนวทางปรับนโยบายและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
เข้าใช้เครื่องมือประเมินตนเองได้เลย
UN LGBTIQ+ Standards Gap Analysis Tool ใช้ได้ฟรีและรักษาความลับ ช่วยให้องค์กรจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อปรับนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล เข้าใช้งานได้ที่ lgbtiq.unglobalcompact.org
การเข้าร่วมของ SET ในครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 ครอบคลุมสามเสาหลัก ได้แก่ การเสริมศักยภาพด้านธรรมาภิบาลเชิงครอบคลุมสำหรับบริษัทจดทะเบียน การพัฒนาการเปิดเผยข้อมูลที่ครอบคลุมมิติความหลากหลายทางเพศ (SOGIESC) และการวิจัยด้านนโยบายที่เสริมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำหรับทุกคนของเอเชีย ระฆังได้ดังขึ้นแล้ว แต่การสร้างระบบ การเปิดเผยข้อมูล และนโยบายที่รองรับพันธสัญญานี้เพิ่งจะเริ่มต้น
ผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์: เจ้าภาพร่วมและพันธมิตร
Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality — พันธมิตรพิธีประเทศไทย ปี 2569
เจ้าภาพร่วม: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), TransTalents Consulting Group, UNDP Thailand, สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT), Deutsche Bank พันธมิตรแคมเปญ: UN Human Rights (OHCHR), UN Sustainable Stock Exchanges Initiative (SSE), UN Global Compact (UNGC), Koppa — The LGBTI+ Economic Power Lab, Open for Business ได้รับการสนับสนุนจาก: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ในปี 2569 มีตลาดหลักทรัพย์ 16 แห่งทั่วโลกเข้าร่วมแคมเปญ นับเป็นปีที่สองและเป็นครั้งแรกที่มีตลาดหลักทรัพย์จากเอเชีย
โอกาสมูลค่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ที่ประเทศไทยไม่ควรพลาด
ขนาดของสิ่งที่กำลังเป็นเดิมพันนั้นมหาศาล เศรษฐกิจ LGBTIQ+ ระดับโลกมีมูลค่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน แต่อย่างที่ณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ ชี้ให้เห็น ตัวเลขนี้มักถูกมองผ่านมุมของผู้บริโภคเท่านั้น ทั้งที่โอกาสที่แท้จริงอยู่ที่การบูรณาการแรงงาน LGBTIQ+ เข้าสู่ทุกขั้นของชีวิตทางเศรษฐกิจทั้งในระบบและนอกระบบ ด้วยกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่มีผลบังคับใช้แล้ว การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ที่อยู่บนโต๊ะการเจรจา และตอนนี้การเข้าร่วมของตลาดทุนที่เป็นรากฐานด้านการเงิน ประเทศไทยกำลังประกอบโครงสร้างนโยบายเพื่อคว้าโอกาสนั้น และเป็นผู้นำให้กับเอเชียที่เหลือ
$4.7T
มูลค่าเศรษฐกิจ LGBTIQ+ ระดับโลก — ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐฯ และจีน
ที่มา: TransTalents Consulting Group / ณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์, Pride Show 2026
สำหรับบริษัทจดทะเบียนในไทย สารจากพิธีในวันนี้ชัดเจนและมีมิติทางธุรกิจ: DEI ไม่ใช่แค่ถ้อยแถลงด้านคุณค่าอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยความเสี่ยง เป็นตัวแปรด้านบุคลากร และกำลังกลายเป็นข้อกำหนดด้านการรายงานมากขึ้นเรื่อยๆ ร้อยละ 58 ขององค์กรไทยที่คาดว่า DEI จะถูกผนวกในการรายงาน ESG ภายในสองปีควรมองพิธีวันนี้เป็นจุดออกตัว
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานเอ็กซ์โปธุรกิจและวัฒนธรรม LGBTIQ+ ระดับเอเชียครั้งแรก — สถานที่ที่ประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้น
สำรวจโปรแกรมงาน Pride Show 2026ภาพบรรยากาศในพิธี

แหล่งอ้างอิง
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) — ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ 26 มิถุนายน 2569: "เสียงระฆังสีรุ้งดังกังวานทั่วเอเชีย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดบทใหม่แห่งความเสมอภาคและการบูรณาการทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTIQ+"
- TransTalents Consulting Group — Thailand Workplace Equity Report 2026
- Open for Business — รายงานวิจัยเศรษฐกิจครอบคลุม LGBTIQ+
- UN Human Rights (OHCHR) — ohchr.org และ unfe.org
- UN Sustainable Stock Exchanges Initiative (SSE) — sseinitiative.org
- สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) — globalcompact-th.com
- Koppa — The LGBTI+ Economic Power Lab — koppalab.org
- Open for Business — open-for-business.org








